[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ติดต่อสอบถาม
blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
wave
[ มือใหม่ ]
2
admin
[ มือใหม่ ]
2
orean
[ มือใหม่ ]
2
KAT
[ มือใหม่ ]
1
yuy
[ มือใหม่ ]
1
aTon
[ มือใหม่ ]
1
fang
[ มือใหม่ ]
1
film
[ มือใหม่ ]
1
mild
[ มือใหม่ ]
1
Donus
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
เพลงคริสต์มาสtortae
การดูแลรักษาสุภาพ ให้แข็งแรงaTon
ประเพณีวันเข้าพรรษาmild
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
อาเซียนDonus
การวาดภาพสีนำ้lovepop-123456
อาเซียนmikekung02
ลดความอ้วนสูตรนางเอก 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์yuy
ปรากฏการณ์ธรรมชาติMin-Mintra
ไลน์ โรงเรียนศรัทธาฯ

ติดต่อ สอบถาม

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> >>
แพทย์เตือนอาการ "ตาแห้ง" กับเด็กที่จ้องหน้าจอนานเกินไป  VIEW : 1231    
โดย 3504

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 125.27.255.xxx

 
เมื่อ : ศุกร์ ที่ 31 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2563 เวลา 09:28:42   

แพทย์เตือนอาการ "ตาแห้ง" กับเด็กที่จ้องหน้าจอนานเกินไป
VOA
สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบัน เด็กๆ ล้วนติดโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต รวมไปถึงอุปกรณ์ที่มีหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ปัญหาก็คือ อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ดีสำหรับดวงตาของพวกเขา

แพทย์ระบุว่า คนที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ดวงตาอาจเกิดอาการพร่ามัวเพราะกระพริบตาไม่มากพอในขณะที่กำลังทำงานอยู่กับคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการ "ตาแห้ง" ได้

และด้วยความนิยมในวิดีโอเกมและกิจกรรมออนไลน์ในปัจจุบัน อาการตาแห้งจึงกลายเป็นสิ่งที่พบมากขึ้นในหมู่เด็กและวัยรุ่นที่มักเกาะติดอยู่ที่หน้าจอ ซึ่งอาการที่ว่านี้อาจทำให้ดวงตาเกิดความเสียหายอย่างถาวรได้

ศาสตราจารย์ James Wolffsohn ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดสายตาที่มหาวิทยาลัย Aston ในประเทศอังกฤษ เป็นผู้ที่เริ่มเล็งเห็นว่า การใช้งานอุปกรณ์ที่มีหน้าจอต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจอดิจิทัล แท็บเล็ต หรือโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ดวงตาแห้ง

ศาสตราจารย์ James Wolffsohn อธิบายว่า ในน้ำตาของคนเราจะมีน้ำมันเจือปนอยู่ ซึ่งปกติแล้ว ในดวงตาจะมีน้ำตาเคลือบบางๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่เพียงแต่ในเวลาที่ร้องไห้เท่านั้น โดยน้ำตาที่เคลือบดวงตามีความบางเพียงหนึ่งในสิบของความหนาของเส้นผมมนุษย์

สำหรับเด็กๆ ที่ใช้เวลาอยู่ตรงหน้าจอนานๆ จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการตาแห้งเพราะกระพริบตาไม่มากพอ เมื่อดวงตาไม่มีการผลิตน้ำตาออกมานานๆ น้ำตาที่ระเหยไปจะทิ้งคราบเกลือเอาไว้ในดวงตาของเรา ซึ่งอาจทำให้ติดเชื้อ หรือมีรวยขีดข่วนได้ รวมทั้งอาจจะทำให้มองอะไรไม่ชัดเจน

นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ Wolffsohn ชี้ว่า เวลาที่เราตั้งอกตั้งใจทำงานอย่างหนักบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ มักจะกะพริบตาน้อยลง หรือแทนที่จะกะพริบอย่างเต็มที่ กลับกะพริบตาแค่บางส่วน ทำให้เกิดความเสียหายที่ด้านหน้าของดวงตาได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟนที่สามารถวินิจฉัยอาการตาแห้งได้ แอพพลิเคชั่นนี้ถูกนำไปสาธิตและทดลองใช้ที่กรุงลอนดอน โดยจะถามคำถามง่ายๆ และจะทดสอบว่าคุณสามารถจ้องมองหน้าจอโดยไม่กะพริบตาได้นานแค่ไหน

แต่ศาสตราจารย์ Wolffsohn ตั้งข้อสังเกตว่า การใช้แอพพลิเคชั่นนี้ผ่านหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาได้เช่นกันหากใช้มากเกินไป

และถึงแม้คุณจะไม่มีแอพนี้ และยังไม่สามารถยับยั้งให้ลูกหรือตัวคุณเองเลิกจ้องหน้าจอนานๆ ได้ แพทย์เตือนว่าอย่างน้อยที่สุดคุณก็ยังสามารถป้องกันดวงตาไม่ให้แห้งได้ เพียงแค่จำไว้ว่าต้องกะพริบตาเมื่ออยู่ที่หน้าจอ และควรเตือนลูกๆ ให้ปฎิบัติเช่นเดียวกัน

 

เว็บเกมส์ออนไลน์ UFA369 เล่นเกมยิงปลาปั่นสล็อตได้เงินจริง
เราเป็นเว็บเกมส์อันดับ 1 ในเอเชีย UFABET ฝากถอนไวสุด ไม่โกง
เกมคาสิโนยอดนิยม บาคาร่า | ยิงปลา | สล็อต | เสือมังกร | ไฮโล | ป๊อกเด้ง





โดย saku98
UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว :
ตอบแล้ว : 35
ระดับ : 1
Exp : 100%
IP : 156.146.35.xxx

 
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 31 ก.ค. 2563 : 14:13

ผลบอลสดย้อนหลัง

      
1