[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ติดต่อสอบถาม
blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
wave
[ มือใหม่ ]
2
admin
[ มือใหม่ ]
2
orean
[ มือใหม่ ]
2
KAT
[ มือใหม่ ]
1
yuy
[ มือใหม่ ]
1
aTon
[ มือใหม่ ]
1
fang
[ มือใหม่ ]
1
film
[ มือใหม่ ]
1
mild
[ มือใหม่ ]
1
Donus
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
เพลงคริสต์มาสtortae
การดูแลรักษาสุภาพ ให้แข็งแรงaTon
ประเพณีวันเข้าพรรษาmild
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
อาเซียนDonus
การวาดภาพสีนำ้lovepop-123456
อาเซียนmikekung02
ลดความอ้วนสูตรนางเอก 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์yuy
ปรากฏการณ์ธรรมชาติMin-Mintra
ไลน์ โรงเรียนศรัทธาฯ

ติดต่อ สอบถาม

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> >>
เด็กมหัศจรรย์  VIEW : 602    
โดย คุกกี้

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 150
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 9
Exp : 90%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 182.52.136.xxx

 
เมื่อ : เสาร์ ที่ 16 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2563 เวลา 17:18:12   

รู้จัก "วัชรากร ไกลถิ่น" เด็กมหัศจรรย์ เสเพล สู่เจ้าของอะคาเดมี่ 3 สาขา
เรื่องราวชีวิตของนักเตะที่ทีมงานฟุตบอลสยามหยิบมานำเสนอวันนี้น่าจะให้ข้อคิดกับหลายๆได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับการเลือกทางเดินชีวิต การใช้ชีวิตให้กับตนเอง
     เจ้าของเรื่องนี้อยากจะสะท้อนให้เห็นการเดินทางผิดของเขามอบเป็นวิทยาทานให้กับนักเตะรุ่นหลังๆได้นำไปใช้จะได้ไม่หลงเดินทางผิดในอดีตเช่นเขา
    อย่างไรก็ดีวันนี้ เขาผู้นี้ได้กลับมาตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินโดยเฉพาะยังคงอยู่ในแวดวงลูกหนังเหมือนเดิมแต่ในบทบาทใหม่ในฐานะเจ้าของอะคาเดมี่ลูกหนังถึง 3 สาขาและมีแพลนที่จะเปิดอีก 3 เป็น 6 สาขาในเร็ววันนี้อีกด้วย
    เรากำลังพูดถึงนักเตะจากเมืองเหนือ จ.เชียงราย ใครจะไปเชื่อว่าพรสวรรค์ความสามารถด้านลูกหนังที่เขามีจะทำให้เด็กวัยละอ่อนที่กำลังจะก้าวสู่วัยรุ่นอย่างเขาได้เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองฟ้าอมรได้ร่ำเรียนกับสถาบันการศึกษาชื่อดังวงการลูกหนังขาสั้นบอลนักเรียนยุครุ่งเรืองวันวานอย่าง พ.ราชดำเนิน ที่เขามาเรียนระดับปวช.โดยใช้ความสามารถด้านลูกหนังที่ตัวเองมีเป็นใบเบิกทาง
    จนทำให้สามารถก้าวเป็นนักเตะอาชีพมีเงินเดือนหลายหมื่นบาทใช้ในวัยแค่ 17 ปีเท่านั้น
    "เจ้าเบิร์ด" วัชรากร ไกลถิ่น หนุ่มเหนือ จาก อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย นักเตะหน้าตาหล่อเหลา ถูกทีมบิ๊กเนม เจ้าของฉายา "เจ้าบุญทุ่ม" ในวันวานอย่าง บีอีซี เทโรศาสน หรือ โปลิศเทโร เอฟซี ในวันนี้ดึงไปร่วมทัพเป็นนักเตะอาชีพ ในฐานะตัวจริงตั้งแต่เขาอายุ 17 ปี สมัยยังเรียนที่ พ.ราชดำเนิน เลยทีเดียว
    นักเตะที่ถนัดในการเล่นเกมรุกที่เล่นได้ทั้งหน้าต่ำ ,ตัวริมเส้นซ้าย,ขวา หลายคนเข้าใจว่าเขาถนัดซ้ายแต่จริงแล้วหมอนี่ถนัดเท้าขวา
    "เจ้าเบิร์ด" วัชรากร ไกลถิ่น เคยเป็นนักเตะที่ได้รับการคาดหมายว่าน่าจะเป็นกำลังหลักสำคัญให้กับทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้ด้วยฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาแต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถไปสู่จุดนั้นได้
    สมัยร่วมทัพ "มังกรไฟ" ในยุคที่มีดาวเตะดังล้นทีมทั้ง ดัสกร ทองเหลา , ธีรเทพ วิโนทัย ,วรวุธ ศรีมะฆะ ,จตุพงษ์ ทองสุข แต่ "เจ้าเบิร์ด" ในวัย 17 ปี สามารถยึดตัวจริงได้ ก่อนจะติดทีมชาติชุดเยาวชน 17  ปี ไปลุยศึกรายการพิเศษ อกรีแบงค์คัพ ที่เวียดนามและคว้าแชมป์กลับมาได้จากนั้นก็ติด ยช. 19 ปีไปชิงแชมป์เอเชีย ที่มาเลเซีย ปี ค.ศ. 2004, ปรีโอลิมปิก แต่ไม่เคยได้สัมผัสกับการรับใช้ทีมชาติชุดใหญ่

    หลังไม่ได้ไปต่อกับ บีอีซี เทโรศาสน "เจ้าเบิร์ด" ต้องรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหารเกณฑ์ ประจำที่ จ.ลพบุรี เล่นฟุตบอลให้กับหน่วยงานที่ตัวเองสังกัดในบอลทหาร และเล่นให้กับ ลพบุรี ฯ ในลีกล่างอยู่ 1 เลกกระทั่งปลดประจำการณ์ก็ได้ เล่นให้กับทีมบ้านเกิด และพา เชียงราย ยูไนเต็ด ขึ้นชั้นเล่นดิวิชั่น 1 ได้
    จากนั้น "เจ้าเบิร์ด" เกือบจะได้เป็นนักเตะของเมืองทอง ยูไนเต็ด แต่ได้แค่มารักษาอาการบาดเจ็บก่อนจะถูกส่งให้ไปเล่นกับเอฟซี ภูเก็ต จากนั้นก็ไปเล่นให้ พะเยา เอฟซี และทีมสุดท้ายก่อนเจ้าตัวจะเลิกรา ก็คือ เชียงราย ซิตี้
    นอกเหนือจากเป็นนักเตะที่โชคร้ายได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าขวาที่เอ็นไขว้หน้าขาด, หมอนรองกระดูกฉีก ตอนเล่นให้กับเชียงราย ยูไนเต็ด จนต้องผ่าตัดและกลับมาก็ไม่เหมือนเดิม
    รวมถึงการใช้ชีวิตเสเพลที่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเป็นคนติดเที่ยวหลงแสงสี ด้วยความอ่อนต่อโลก จากการมีเงินค่าเหนื่อยก้อนโตจากการเล่นฟุตบอล ทำให้ "เจ้าเบิร์ด" ต้องยุติการเป็นพ่อค้าแข้งก่อนวัยอันควร

    วันนี้ในวัย 34 ปีจากที่เคยเป็นนักเตะรูปหล่อหน้าตาดี กลายเป็นคนอ้วน โดยเคยมีน้ำหนักถึงเกือบ 90 กิโลกรัมทั้งๆที่สูงแค่ 170 เซนติเมตรเศษๆเท่านั้นแต่เจ้าตัวลดลงมาเหลือ 70 ปีปลายๆได้แล้ว ทำให้แทบไม่หลงเหลือความหล่อสมัยหนุ่มเลย แต่นั่นเป็นแค่สังขารภายนอก
    วันนี้ "เจ้าเบิร์ด" สลัดคราบความเป็นหนุ่มเพลย์บอยทิ้งไปหมดแล้วหลังแต่งงานมีครอบครัวกับ สาว อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีบุตร 2 คน โดยเจ้าตัวได้กลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด
    หลายคนบอกว่าเขาน่าจะไปได้ไกลกว่านั้นแต่ด้วยการเป็นเด็กจากต่างจังหวัดและใช้ชีวิตไม่เป็นสมัยมีรายได้จากการเล่นฟุตบอลทำให้เจ้าตัวเป็นคนหลงไหลไปกับแสงสี บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้เขาต้องเลิกราก่อนเวลาอันควรขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันวันนี้หลายคนยังโลดแล่นในฐานะนักเตะอยู่
    วันนี้ "เจ้าเบิร์ด" ยังคงอยู่ในถนนสายลูกหนังที่เขาชื่นชอบ แต่ในฐานะของเจ้าของอะคาเดมี่ ที่ปัจจุบันมี 3 สาขา คือ KK ACADEMY โดยอยู่ที่ สนาม ญาดา อารีน่า อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 1 แห่ง ที่บ้านเกิด อ.พญาเม็งราย ต.ไม้ยา 1 แห่ง และ ที่ อ.เชียงของ อีก 1 แห่ง "เบิร์ด" บอกว่า เขามีแผนจะเปิดอีก 3 เป็น 6 สาขา ในปีนี้
    แม้เขาจะไม่สามารถไปได้ไกลกับการเป็นพ่อค้าแข้งในยุคที่ฟุตบอลไทยรุ่งเรืองทั้งจากปัญหาอาการบาดเจ็บและดำเนินชีวิตผิด แต่ "เจ้าเบิร์ด" บอกว่า
    "อดีตที่ผ่านมาเป็นบทเรียนให้ผมได้เป็นอย่างดี มันไม่สามารถย้อนวันเวลากลับมาได้ แต่วันนี้ที่ผมได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ได้สอนฟุตบอลให้กับเยาวชนก็เป็นสิ่งที่เขาในฐานะนักเตะเก่าภาคภูมิใจ โดยเขาจะปลูกฝังเยาวชนตลอดในการใช้ชีวิตโดยเอาตัวอย่างของตัวเองมาสอนไม่ให้ทำตัวเหลวไหล"
    "ใครที่เห็นชีวิตผมที่เดินทางผิดติดเที่ยวหลงใหลแสงสีผมอยากให้มองชีวิตผมเป็นเหมือนครูจะได้ไม่ประพฤติตัวเหมือนผม"
    ผู้ที่สนใจส่งบุตรหลานไปเรียนแต่คงต้องเป็นหลังจากที่ รัฐบาลปลดล็อคโควิด 19 ก่อน นั้นสามารถเข้าไปดู รายละเอียดได้ที่หน้า fanpage  KK academy
    ชีวิตคนเราหากเดินผิดพลาดไปแล้วแต่กลับเนื้อกลับตัวเป็นคนใหม่ลืมอดีตเลวร้ายทิ้งไปโอกาสจะประสพความสำเร็จก็ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อม เหมือนดั่งที่ "เจ้าเบิร์ด" ขาเฮ้วในวันวาน ที่วันนี้ทำธุรกิจอะคาเดมี่ลูกหนังที่ได้รับการตอบรับที่ดี ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วในวันนี้

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว แวดวงกีฬา เทรนใหม่ๆ ได้ที่  expatsinsweden.com