[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ติดต่อสอบถาม
blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
wave
[ มือใหม่ ]
2
admin
[ มือใหม่ ]
2
orean
[ มือใหม่ ]
2
KAT
[ มือใหม่ ]
1
yuy
[ มือใหม่ ]
1
aTon
[ มือใหม่ ]
1
fang
[ มือใหม่ ]
1
film
[ มือใหม่ ]
1
mild
[ มือใหม่ ]
1
Donus
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
เพลงคริสต์มาสtortae
การดูแลรักษาสุภาพ ให้แข็งแรงaTon
ประเพณีวันเข้าพรรษาmild
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
อาเซียนDonus
การวาดภาพสีนำ้lovepop-123456
อาเซียนmikekung02
ลดความอ้วนสูตรนางเอก 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์yuy
ปรากฏการณ์ธรรมชาติMin-Mintra
ไลน์ โรงเรียนศรัทธาฯ

ติดต่อ สอบถาม

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> >>
00 โมเมนต์บอลโลก! 'หัตถ์พระเจ้า' ของมาราโดน่ายืนหนึ่ง  VIEW : 1    
โดย เอ

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 59
ตอบแล้ว : 3
เพศ :
ระดับ : 6
Exp : 35%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 103.175.51.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 8 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2569 เวลา 12:15:18   

ฟุตบอลโลกเดินทางมาเกือบ 100 ปี และแทบทุกทัวร์นาเมนต์มีฉากจำที่แฟนบอลหยิบมาพูดซ้ำไม่รู้จบ ตั้งแต่ลูกยิงสุดสวย น้ำตา ความเงิบ ไปจนถึงดราม่าที่เปลี่ยนภาพจำของนักเตะไปตลอดกาล



 



ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก จะเปิดฉาก มีการรวบรวม 100 โมเมนต์สุดไอคอนิกในประวัติศาสตร์รายการนี้ โดยอันดับ 1 ตกเป็นของประตู “หัตถ์พระเจ้า” ของ ดิเอโก้ มาราโดน่า ในเกมที่อาร์เจนตินาเจออังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ ปี 1986

จังหวะนั้นตำนานหมายเลข 10 ของ “ฟ้าขาว” ใช้มือซ้ายปัดบอลเข้าประตู แต่ซ่อนการเคลื่อนไหวไว้หลังศีรษะจนผู้ตัดสิน อาลี บิน นาสเซอร์ ไม่ทันเห็น ก่อนประตูจะถูกให้เป็นสกอร์ ท่ามกลางความเดือดของแข้ง “สิงโตคำราม” ทั้งสนาม

มาราโดน่าอธิบายลูกนั้นไว้แบบกลายเป็นวลีอมตะว่าเป็นประตูที่เกิดขึ้น “นิดหนึ่งด้วยศีรษะของมาราโดน่า และอีกนิดด้วยหัตถ์ของพระเจ้า” ซึ่งยิ่งทำให้เหตุการณ์นี้ถูกจารึกหนักกว่าเดิม เพราะสุดท้ายอาร์เจนตินาก้าวไปผงาดแชมป์โลกในทัวร์นาเมนต์เดียวกัน

ในลิสต์ยังมีโมเมนต์ระดับตำนานอีกเพียบ ทั้งนัดชิงฟุตบอลโลก 2022 ที่ ลิโอเนล เมสซี่ กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ แลกหมัดกันสุดมัน ก่อนอาร์เจนตินาดับฝัน “ตราไก่” ด้วยการดวลจุดโทษ รวมถึงเหตุการณ์ ซีเนดีน ซีดาน เฮดบัตต์ มาร์โก มาเตรัซซี่ ในนัดชิงปี 2006

ส่วนโมเมนต์คลาสสิกอื่น ๆ มีทั้งประตูแห่งศตวรรษของมาราโดน่าใส่อังกฤษ, เปเล่แจ้งเกิดกับ “แซมบ้า” ปี 1958, โรแบร์โต้ บาจโจ้ ยิงจุดโทษข้ามคานในปี 1994 และเกมที่เยอรมนีขยี้บราซิล 7-1 ในปี 2014 ซึ่งกลายเป็นบาดแผลระดับชาติของเจ้าภาพ

ทั้งหมดนี้ย้ำชัดว่าฟุตบอลโลกไม่ใช่แค่รายการชิงแชมป์ แต่เป็นเวทีที่สร้างทั้งฮีโร่ คนบาป และภาพจำที่ไม่มีวันเลือน ก่อนรุ่นใหม่จะรอเขียนตำนานบทต่อไปในปี 2026

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufa