[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ติดต่อสอบถาม
blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
wave
[ มือใหม่ ]
2
admin
[ มือใหม่ ]
2
orean
[ มือใหม่ ]
2
KAT
[ มือใหม่ ]
1
yuy
[ มือใหม่ ]
1
aTon
[ มือใหม่ ]
1
fang
[ มือใหม่ ]
1
film
[ มือใหม่ ]
1
mild
[ มือใหม่ ]
1
Donus
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
เพลงคริสต์มาสtortae
การดูแลรักษาสุภาพ ให้แข็งแรงaTon
ประเพณีวันเข้าพรรษาmild
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
อาเซียนDonus
การวาดภาพสีนำ้lovepop-123456
อาเซียนmikekung02
ลดความอ้วนสูตรนางเอก 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์yuy
ปรากฏการณ์ธรรมชาติMin-Mintra
ไลน์ โรงเรียนศรัทธาฯ

ติดต่อ สอบถาม

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> >>
ปะยางรถยนต์มีกี่แบบ แบบไหนดีสุดมาดูกัน  VIEW : 230    
โดย ดก

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 52
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 5
Exp : 82%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 27.55.79.xxx

 
เมื่อ : อาทิตย์ ที่ 25 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2565 เวลา 23:31:25   

ปัญหารถยางแบนถือเป็นปัญหาระดับเบสิกที่เกิดขึ้นได้กับผู้ใช้รถทุกคน
แล้วถ้าเผลอขับรถเหยียบตะปูจนยางแบนขึ้นมาจริงๆ ควรเลือกใช้วิธีปะยางแบบไหนจะดีกว่ากัน?

การปะยางรถยนต์ในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 วิธี ประกอบด้วย แบบแทงใยไหม, แบบสตีมร้อน และแบบสตีมเย็น ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียต่างกันออกไป ดังนี้

1.การปะยางแบบแทงใยไหม
การปะยางแบบแทงใยไหมเป็นการปะยางที่เหมาะสำหรับใช้ชั่วคราวเพื่อให้สามารถไปถึงจุดหมายหรือร้านปะยางได้โดยปลอดภัย โดยมากเป็นวิธีที่ใช้สำหรับรถจักรยานยนต์ เนื่องจากหาซื้ออุปกรณ์ได้ง่าย (ส่วนมากจะจำหน่ายเป็นชุดสำเร็จรูปที่มีอุปกรณ์มาให้ครบ) สามารถทำเองได้ ใช้เวลาไม่นาน อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องถอดล้อออกมาเหมือนการปะยางด้วยวิธีอื่น

ขั้นตอนการปะยางแบบแทงไหมนั้น ก่อนอื่นจะต้องดึงสิ่งแปลกปลอมที่ทิ่มเนื้อยางออกมา จากนั้นนำอุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวมาแทงเพื่อขยายรูให้กว้างขึ้น แล้วจึงนำใยไหมมาแทงเข้าไปอีกครั้งเพื่ออุดรูรั่ว ใช้กรรไกรตัดส่วนที่ยื่นออกมา เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย แต่วิธีนี้เหมาะสำหรับการปะยางฉุกเฉินเพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะยังมีโอกาสที่ลมยางยังคงรั่วซึมออกมาได้

2.การปะยางแบบสตีมร้อน
การปะยางแบบสตีมร้อนจำเป็นต้องถอดยางออกมาเสียก่อน เนื่องจากเป็นการอุดรอยรั่วด้านในของตัวยาง โดยการใช้แผ่นยางขนาดเล็กมาแปะไว้ที่รอยรั่ว จากนั้นจึงใช้เครื่องกดความร้อนเพื่อสมานเนื้อยางให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน จึงมีความทนทานมากกว่าการปะยางแบบแทงใยไหม และสามารถใช้ยางต่อได้จนกว่ายางจะหมดสภาพ

ข้อเสียของการการปะยางด้วยวิธีสตีมร้อนจะทำให้เนื้อยางบริเวณนั้นแข็ง และทำให้เกิดโอกาสบวมได้ในอนาคต แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

3.การปะยางแบบสตีมเย็น
การปะยางแบบสตีมเย็นไม่ได้มีความเย็นเข้ามาเกี่ยวข้องหรอกนะครับ หากแต่มีขั้นตอนคล้ายกับการสตีมร้อน โดยจะเป็นการอุดรอยรั่วจากด้านในเช่นเดียวกัน เริ่มต้นจากการขัดผิวยางรอบรูรั่วให้สาก ทากาวแบบพิเศษลงไป จากนั้นจึงแปะแผ่นยางขนาดเล็กเพื่ออุดรอยรั่ว ทุบให้แน่น ก็จะช่วยสมานรอยรั่วไม่ให้ลมยางซึมออกมาได้ ซึ่งวิธีนี้ให้ความทนทานไม่ต่างกับการสตีมร้อน สามารถใช้ยางจนกว่าจะหมดสภาพ และไม่ส่งผลต่อโครงสร้างยางอีกด้วย

รู้แบบนี้แล้วคุณก็สามารถเลือกวิธีปะยางที่เหมาะสมสำหรับรถของคุณเองได้แล้วล่ะครับ

https://mydeedees.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b0%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/