[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ติดต่อสอบถาม
blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
wave
[ มือใหม่ ]
2
admin
[ มือใหม่ ]
2
orean
[ มือใหม่ ]
2
KAT
[ มือใหม่ ]
1
yuy
[ มือใหม่ ]
1
aTon
[ มือใหม่ ]
1
fang
[ มือใหม่ ]
1
film
[ มือใหม่ ]
1
mild
[ มือใหม่ ]
1
Donus
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
เพลงคริสต์มาสtortae
การดูแลรักษาสุภาพ ให้แข็งแรงaTon
ประเพณีวันเข้าพรรษาmild
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
อาเซียนDonus
การวาดภาพสีนำ้lovepop-123456
อาเซียนmikekung02
ลดความอ้วนสูตรนางเอก 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์yuy
ปรากฏการณ์ธรรมชาติMin-Mintra
ไลน์ โรงเรียนศรัทธาฯ

ติดต่อ สอบถาม

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> >>
วาลิด เรกรากุย นำลูกทีมผ่านเข้ารอบมาเป็นอันดับที่ 1 ของกลุ่ม เอฟ ด้วยสถิติไร้พ่าย  VIEW : 224    
โดย A

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 249
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 12
Exp : 76%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 194.5.82.xxx

 
เมื่อ : จันทร์ ที่ 12 เดือน ธันวาคม พ.ศ.2565 เวลา 11:02:05   

 

โมร็อกโก ยิงได้แม่นเด็ดขาดกว่าดวลจุดลูกโทษเอาชนะ ประเทศสเปน 3-0 ข้างหลังเสมอในเวลา 0-0 โดย ยาสซีน บูนู วีรบุรุษของกลุ่มเซฟถึง 2 จุดลูกโทษ พาทีมผ่านเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก รอคอยเจอคู่ชนะระหว่าง ประเทศโปรตุเกส หรือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้
การแข่งขันชิงชัยบอลโลก 2022 รอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุด ทุกวันวันอังคารที่ 6 ธ.ค. 2565 ที่สนาม เอมองเคชั่น สิตี้ สเตเดี้ยม ระหว่าง โมร็อกโก เจอ ประเทศสเปน

วาลิด เรกรากุย ที่ปรึกษากลุ่มชาติโมร็อกโก นำผู้ร่วมทีมผ่านเข้ารอบมาเป็นชั้นที่ 1 ของกรุ๊ป เอฟ ด้วยสถิติไม่มีแพ้ (ชนะ 2 เสมอ 1) ข้างหลังเชือดชนะ แคนาดา 2-1 ในเกมนัดหมายก่อนหน้าที่ผ่านมา

"วัวกระทิงดุ" ภายใต้การนำกองทัพของ หฝ่าส์ เอ็นรีเก้ เสียท่าโดนทีเด็ดของ ซามูไรบลู กลับแซงชนะ 2-1 ในเกมนัดหมายส่งท้ายรอบแบ่งกลุ่ม อี ก็เลยทำให้พวกเขาร่วงมาเป็นชั้นที่ 2

ครึ่งแรกเล่นมาได้ถึงนาทีที่ 12 เปลี่ยนเป็น โมร็อกโก ที่ได้ทักก่อนจากจังหวะซํดฟรีคิกของ อาเฒ่าฟ ฮาคิมี่ จ่ายบอลบินผ่านคานออกไป

ต่อจากนั้น นาทีที่ 26 ประเทศสเปน ได้ลุ้นคราวแรกรวมทั้งเกือบจะได้ประตูขึ้นนำเมื่อ หน้าจอร์ดี้ อัลบา เปิดบอลตัดแนวรับ โมร็อกโก ให้ มาร์โก อเซนสิโอ หลุดกับล้ำหน้าเข้าไปกดด้วยซ้ายในจุดโทษบอลไปเข้าข้างตาข่าย

นาที 33 โมร็อกโก ตัดบอลถึงที่เหมาะกึ่งกลางสนามก่อนที่จะมาเข้าทาง นุสแซร์ มาซราอุย กดด้วยซ้ายหน้ากรอบแม้กระนั้นไม่ผ่านมือของ อูไน ซิม่อน

ถึงแม้ โมร็อกโก จะบุกน้อยกว่าแม้กระนั้นจังหวะลุ้นแบบแจ่มแจ้งทำเป็นดีมากยิ่งกว่า นาที 43 โซฟิยาน บูฟัล ตักบอลจากกราบซ้ายไปที่เสาไกลให้ ท้องนาเยฟ อาเกิร์ด ขึ้นกระแทกย้ำๆบอลโผบินผ่านคานไปแบบจวนเจียน

ขณะที่เหลือทั้งคู่กลุ่มทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบครึ่งแรกเท่ากันอยู่ 0-0

ช่วงหลัง ประเทศสเปน ได้ช่องทักก่อนในนาทีที่ 54 จากจังหวะฟรีคิกทางฝั่งซ้าย เปดรี้ เขี่ยบอลสั้นให้ ดานี่ โอลบด ตะบันเต็มข้อบอลพุ่งไปตรงตัว ยาสซีน บูนู ปัดทิ้งออกมาได้

ประเทศสเปน ยังเป็นข้างครอบครองเกมเหนือกว่าแจ่มกระจ่าง แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการเจาะแนวรับ โมร็อกโก เข้าไปลุ้นทำแต้ม ข้างหลังยังหาช่องทางมิได้แม้กระทั้งครั้งเดียวตอนช่วงหลัง

กระทั่งนาที 78 ประเทศสเปน จำเป็นต้องทดลองยิงจากแถวสอง ดานี่ โอลบด เก็บตกได้หน้าได้ตาจุดโทษก่อนทดลองตะบันด้วยขวาตูมเดียวบอลผ่านคานไปไกล

ช่วงต่อเวลาพิเศษ นาที 90+1 ประเทศสเปน สบโอกาสทองคำ การ์ลอส โซแลร์ เปิดฟรีคิกไปเสาไกลให้ โมราต้า ได้โหม่งแม้กระนั้นบอลยังเหาะผ่านคานไปอีก

จากนั้นทั้งคู่กลุ่มก็ยังทำอะไรกันมิได้ จบ 90 นาทีเสมอ 0-0 จำเป็นต้องไปวินิจฉัยกันในช่วงทดเวลาอีก 30 นาที

ช่วงทดเวลา นาที 104 โมร็อกโก เกือบจะชิงขึ้นนำข้างหลัง วาลิด เชดดิร่า ผู้เล่นสำรองหลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแม้กระนั้นยังไปติดขา อูไน ซิม่อน ช่วยเซฟให้กองทัพวัวกระทิงดุไม่เสียประตู

จบช่วงทดเวลา 120 นาทียังทำอะไรมิได้ เท่ากัน 0-0 โมร็อกโก จำเป็นต้องไปดวลจุดลูกโทษกับ ประเทศสเปน เพื่อหากลุ่มเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศ

ซึ่งผลปรากฎว่า โมร็อกโก ยิงได้แม่นกว่า เอาชนะ ประเทศสเปน 3-0 จำพวกที่กลุ่มวัวกระทิงดุยิงไม่เข้าเลยซักคน ตอนที่ ยาสซีน บูนู เปลี่ยนเป็นวีรบุรุษของกลุ่มข้างหลังเซฟสองจุดลูกโทษ พาทีมเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีม่ท้ายที่สุดได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยรอคอยเจอผู้ชนะระหว่าง ประเทศโปรตุเกส หรือ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้

รายนามผู้เล่นทั้งคู่กลุ่ม

โมร็อกโก (4-3-3) : ยาสซีน บูนู - อาเฒ่าฟ ฮาคิมี่, ท้องนาเยฟ อาเกิร์ด (จาวาด เอล ยามิก น.84), โรแม็ง ซาอิสส์, นุสแซร์ มาซราอุย (ยาห์ยา อัตตำหนิอัต-อัลลาห์ น.82) - อัซเซดีน อูที่นาฮี (บาดร์ เบอนูน น.120), โซฟียาน อัมราบัต, เซลิม อมาลลาห์ (วาลิด เชดดิร่า น.82) - ฮาคิม สิเย็ค, ยุยงสเซฟ เอ็น-เนซีปรี่ (อับเดลฮามิด ซาบิปรี่ น.82), โซฟิยาน บูฟัล (อับเด เอราซซูปรี่ น.66)

ประเทศสเปน (4-3-3) : อูไน ซิม่อน - มาร์กอส ยอร์เรนเต้, โรดรี, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, หน้าจอร์ดี้ อัลบา (อเลฮานโดร บัลเด้ น.98) - เปดรี้, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ขว้างโปล กาบี (การ์ลอส โซแลร์ น.63) - เฟร์ราน โคนร์เรส (นิโก้เก๋ วิลเลี่ยมส์ น.75) (ขว้างโบล ซาราเบีย น.118), มาร์โก อเซนสิโอ (อัลบาโร่ โมราต้า น.63), ดานี่ โอลบด (อันซู ฟาตำหนิ น.98)

 

 

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufabet