เป็นอีกครั้งที่แรงจูงใจใน แอนฟิลด์ ช่วยเค้นพลังใบให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นาโปลี ส่งท้าย UCL เฉกเช่นเดียวกับในวันที่เปิดซิง แมนฯซิตี้ ของ เป๊ป กวาดิโอล่า
อาจมีคำถามเล็กๆตามมาหลังจบเกมคือ “หงส์แดง” จำเป็นต้องพึ่งพาแรงส่งภายนอกเพื่อที่เราจะได้เห็นเกมแบบนี้กันอีกใช่ไหมหลังภาพที่เห็นออกมาคนละเรื่องกับเกมที่คาบ้านให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด
และยังมีภัยเงียบที่เรามองไม่เห็นอย่างเช่นการฟื้นฟูหลังรีดพลังทั้งเพรสซิ่งและแรงปะทะแบบเปลืองตัวสุดๆที่ว่ากันว่า ลิเวอร์พูล ชุดนี้สภาพร่างกายอิดโรยเอามากๆ
อย่างไรก็ตามหากอยากมองแค่ความสวยงามที่อยู่เบื้องหน้าเพียงอย่างเดียวคือทีมได้ความมั่นใจกลับมาจากการเอาชนะ “จ่าฝูง” กัลโช่ ที่ก่อนหน้านี้ไม่แพ้ใคร 17 เกมทุกรายการ
หรืออย่างน้อยๆพอที่จะเขี่ยๆกลบๆข่าวลือที่ว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ อาจสละตำแหน่งเหมือนสมัยคุม ดอร์ทมุนด์ หากเจ้าตัวคิดว่าเข็นทีมไปไกลกว่านี้ไม่ได้และเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามาอุ้มทีมต่อ
ครับแม้ “บอส” จะออกมาปฏิเสธข่าวลือที่ว่านี้หลังจบเกมแต่สำหรับผมแล้วเสียงขับไล่ทั้งกุนซือ/เจ้าของสโมสรหลังแพ้คาบ้านต่อ ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นแค่ knee-jerk reaction หรืออารมณ์ล้วนๆ
ปัญหาที่อยู่ตรงเบื้องหน้าของ “หงส์แดง” ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย แค่ใช้เงินเสริมทัพในจุดที่เราๆรู้ว่าตรงไหนและเชื่อว่า knee-jerk reaction จาก เดอะ ค็อป ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา FSG รับรู้ไปเรียบร้อยแล้ว
ที่เราเห็นกันชัดเจนในเกมกับ นาโปลี เหมือน ลีดส์ คือ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถพึ่งพาแดนกลางได้เลยเมื่อถูกเพรสหนักๆ
ธิอาโก้ คนเดียวไม่สามารถร่ายเวทย์มนต์ได้มากไปกว่านี้ การเข็น ฟาบินโญ่ และคนมีประสบการณ์อย่าง เจมส์ มิลเนอร์ (ที่ผมคิดว่าทำได้ดีในสภาพของน้าแก) เป็นการจัดตัวที่เต็มกลืนแล้วสำหรับเกมเขี้ยวๆเช่นนี้
เมื่อมีช่องโหว่ที่ว่านี้เราจึงเห็นการเติมเต็มจากส่วนอื่นๆเข้ามาทดแทนทั้งวิ่งหน้าตั้งและการเข้าบอลหนักๆจนเสียฟาว์ลในเกมนี้มากถึง 18 ครั้ง (นาโปลี 10)
ในขณะเดียวกันความแตกต่างของ ลิเวอร์พูล กับทีมที่ไม่ต้องใหญ่อะไรมากก็คือพวกตัวสำรองที่ฝีตีนห่างกันเยอะ
ไม่ต้องดูที่ไหนไกลอย่าง เคอร์ติส โจนส์ ที่ผมเคยเขียนด่าตั้งแต่สมัยที่ติด “แอค”เป็นตัวการทำเสียบอลก่อนถูก เวสต์บรอมวิช ที่ตั้งรับทั้งเกมตีเสมอจนกระทั่งพาทีมลงเหวแพ้รัวๆใน แอนฟิลด์ นั่นแหละครับ
จนถึงวันนี้ โจนส์ หรือ ค.โจนส์ของ ชาว “หงส์” ไม่ได้พัฒนารูปแบบการเล่นใดๆ ยังเล่นบอลหลายจังหวะ ม้วนล็อกโชว์ skill ให้คู่ต่อสู้ถลำราวกับเป็นความสุขส่วนตัว
เพื่อนตีรถเปล่า จังหวะทำเกมรุก/สวนกลับพังพินาศ สุดท้ายส่งคืนหลังจากที่ได้บุกต้องมาตั้งจากแดนหลังใหม่ เพิ่มเติมคือคู่ต่อสู้ลงมากันหมดแล้ว
ช็อตที่ทำให้ผมแทบเขวี้ยง “ถั่วตราเสือ” ที่ซื้อจากเซเว่นในราคา 25 บาทคือจังหวะสวนกลับสวยๆโดยที่ ค.โจนส์ อยู่ในเหลี่ยมหันหลังมีตัวประกบตรงกลางสนาม
ลูกนี้แค่แปะคืนให้ ฟาบินโญ่ (ที่หันหน้า) บอลสวนกลับลุ้นทำประตูได้เลยเพราะพรี่แฟ๊บแกมองตัวริมเส้นไว้ล่วงหน้าแล้วแต่ ค.โจนส์ ไม่ส่งครับ ม้วนยึกยักจนถูกเขาต้อนและคืนหลังตามคาด!!
หลักง่ายๆของฟุตบอล คนหันหน้าจะมองเห็นภาพรวมตำแหน่งของเพื่อนทั้งหมด
คนหันหลังนอกจากเล่นลำบากแล้ว คุณต้องเสียเวลาพลิก (ที่อาจจะได้หรือไม่ได้ยังไม่รู้) คุณดึงคู่ต่อสู้ให้หลุดตำแหน่งออกมาแล้วใช้มันให้เป็นประโยชน์สิ
สไตล์ “ฟุตซอล” ดึงจังหวะเล่นท่ายากเอาโชว์ข้างถนนหรือละครสัตว์ให้คนดูปรบมือสนุกสนานพอได้อยู่ครับแต่สำหรับบอลอาชีพไม่ควรมีที่ยืนด้วยประการทั้งปวง นี่ด่าเบาสุดละนะ
จากจังหวะนี้ทำให้ผมมั่นใจว่า โจนส์ ไม่มีทางไปได้ไกลกว่านี้แล้ว รอวันที่นักเตะใหม่ย้ายเข้ามาก็เตรียมนั่งยาว เผลอๆปีสองปีโดนขายทิ้งพร้อม โจ โกเมซ (ถ้านำเข้าโควต้า homegrown ได้ในจำนวนเดียวกัน)
ลิเวอร์พูล เฉียดๆกับการแพ้คาบ้าน 2 นัดติดหลัง VAR เช็กจังหวะโขกของ เลโอ ออสติการ์ด อยู่นานถึง 3 นาที 40 วินาทีซึ่งเจ้าถิ่นได้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 3D ที่เสี้ยวหน้า,ไหล่อยู่ตำแหน่งล้ำหน้า
เป็นวินาทีบีบหัวใจเพราะเชื่อว่าถ้า “on side” ไม่มีทางที่ “หงส์” จะหาวิธีกลับมาในเกมที่แนวรับทีมเยือนเขี้ยวสุดๆได้เลย
ฉะนั้น thank you 3 times ให้ทั้ง เวอร์กิล ฟาน ไดจค์ และลูกเตะมุมของ คอนสแตนตินอส ชิมิกาส ที่ copy paste ก่อน โม ซาลาห์ และ ดาร์วิน นูนเญซ 2 กองหน้าทำประตูที่ง่ายที่สุดในชีวิตกันไปคนละเม็ด
ในขณะที่ สเปอร์ส คู่แข่งนัดต่อไปของ ลิเวอร์พูล ช่วงนี้เสพดราม่าเป็นชีวิตจิตใจด้วยการแซงเอาชนะคู่แข่ง 2 นัดติดและเป็นทดเจ็บเหมือนกันโดยเมื่อวันเสาร์ชนะ บอร์นมัธ 3-2 ทั้งๆที่ตาม 2-0
ล่าสุดทำท่าจะเสร็จ มาร์กเซย์ หลังรูปเกมครึ่งแรกเป็นรองและมาโดนประตูขึ้นนำทดเจ็บในครึ่งแรก
แค่เสมอก็เพียงพอต่อการเข้ารอบแต่ “คลับไก่” พลิกแซง 2-1 ในช่วงทดเจ็บ 90+5 คว้าแชมป์กลุ่มพร้อมเขี่ย “โอแอ็ม” จาก 45 นาทีก่อนหน้านี้ฝันถึงรอบน็อกเอาท์ UCL เหลือแค่ยูโรป้า
พอโดนแซงปุ๊บ “อมบ๊วย” ทันที ปล่อยให้ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ที่เจ๊งบ๊งคาบ้านได้ไปหารายได้พิเศษลุ้นเจอทีมใหญ่ในถ้วยเล็กซะงั้น
ถือว่าถูกที่ถูกเวลากับ 2 ทีมที่พยายามสลัดภาพความเป็นทีมเอาแน่เอานอนไม่ได้ทั้ง สเปอร์ส กับ ลิเวอร์พูล ต้องโคจรมาพบกันในวันอาทิตย์นี้
ครับน้ำผึ้งฮันนีมูนของ เดอะ ค็อป ใครอยากสัมผัสความหวานควรรีบๆเพราะมรสุมลูกถัดไปของ “หงส์” มีคำเตือนจากกรมอุตุฯว่ากำลังทวีความรุนแรงอันตรายถึงขั้นแพ้รวด 3 นัดสูง...
สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufabet
|