7-8 ปีก่อน “ยูฟ่า” เคยมีมติลงความเห็นเปลี่ยนกฏใหม่ว่าหากมีตัวสุดท้ายทำฟาว์ลและเสียจุดโทษจะไม่มีการให้ใบแดงอีกแล้ว
มิเชล พลาตินี่ ประธานยูฟ่า (ในขณะนั้น) มองในมุมของนักฟุตบอลเก่าระบุว่า “โทษ 3 ชั้น” เป็นอะไรที่หนักหนาสาหัสเกินไปต่อการทำโปรเฟสชั่นนอล ฟาว์ลเพียงครั้งเดียว
1. นักเตะคนทำฟาว์ลถูกไล่ออก
2. ทีมเสียจุดโทษ
3. นักเตะถูกแบนในเกมต่อไป
และผมขอเพิ่มข้อ 4. ทำให้ความสนุกของฟุตบอลจบตามไปด้วย
แต่ตัวผมเองไม่ได้ expert ในเรื่องฟุตบอลอะไรมากนักจนกระทั่งมาพบว่าจริงๆแล้วมันมีกฏของ IFAB หรือสมาคมฟุตบอลนานาชาติว่าด้วยการทำฟาว์ลในจังหวะหลุดเดี่ยวของฝ่ายรุก
เป็นการอ้างอิงจากยูสเซอร์ chonbodee ที่คุยในมู้ live พร้อมยกกฏต้นฉบับของ IFAB ว่าด้วยถ้ามีการทำฟาว์ลในลักษณะนี้นอกจากให้จุดโทษแล้วต้องมาดูเพิ่มอีก 2 กรณีคือ
1.ถ้าไม่มีเจตนาจะเล่นบอล (เป็นการดึง เหนี่ยวรั้ง ผลัก) ต้องแจกใบแดง
2.ถ้าเป็นการเสียบสกัดเตะสกัด มีโอกาสโดนบอล มีโอกาสที่จะเล่นบอล ให้ทำการเตือน หรือแจกใบเหลือง
แต่ แต่ แต่ พลาตินี่ พยายามนำเสนอกฏนี้ให้ “ฟีฟ่า” นำมาปรับใช้ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าสุดท้ายองค์กรใหญ่ขานรับหรือไม่แต่ที่แน่ๆคือ ยูฟ่า เอามาใช้กับฟุตบอลของตัวเองก่อน
ทีมที่เจิมกฏใหม่นี้เป็นคู่ ลาลีกา ระหว่าง เอลเช่ กับ บาร์เซโลน่า โดย คริสเตียน ซาปูนารู ไม่ถูกไล่ออกจากการล้มตัวสไลด์กวาด เชสก์ ฟาเบรกัส จังหวะหลุดเดี่ยว สุดท้ายเสียแค่จุดโทษและใบเหลือง
ผมพยายามแตะเบรกเบาๆไม่อยากออกตัว 100% เนื่องด้วยไม่ได้ตามข่าวว่ากฏกติกานี้เปลี่ยนกลับไปมาหรือไม่
ติ๊ต่างว่าหากพิจารณากันตามข้อมูลที่มีอยู่ในเมื่อ ยูฟ่า เป็นผู้คุม UCL กฏที่ พลาตินี่ นำมาใช้เมื่อ 8 ปีก่อนต้องถูกนำมาใช้ (ถ้าไม่มีใครไปเปลี่ยนกลับ)
ที่อารัมภบทมาหลายพารากราฟมาจากเหตุการณ์เกมที่ ซานซิโร่ จากจังหวะ ฟิคาโย โทโมรี อดีตแข้ง เชลซี ไปทำฟาว์ล เมสัน เมาท์ ในจังหวะหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษจนเสียหลักล้ม
ดาเนียล ซีเบิร์ต ผู้ตัดสินชาว เยอรมัน วัย 38 ปีเป่าให้จุดโทษและควักใบแดงแบบไม่ลังเลและไม่สนใจการรุมประท้วงของผู้เล่น มิลาน ที่งงตาแตกไม่แพ้คนดู
แม้กระทั่งแฟน “สิงห์บลู” ยังไม่เห็นด้วย!!
เป็นการทำฟาว์ลที่เข้าข่ายกรณีที่ 1 คือเข้าไม่ถึงบอลเลยต้องเหนี่ยว อันนี้เราว่ากันด้วยกฏก่อน
ผมเคยเขียนถึงเรื่องนี้มานานตั้งแต่ พลาตินี่ ยังไม่เปลี่ยนกฏ (สมัยยังเขียนลงนสพ.นู่นเลย)
แนวคิดเดียวกันกับ พลาตินี่ เหมือนผมคือ “จุดโทษ” กับใบเหลืองเป็นการลงโทษที่หนักพอแล้ว (โดยนักเตะคนเดิมจะทำแบบนี้ไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่อยากถูกไล่ออก)
ในขณะที่ทีมฝ่ายถูกทำฟาว์ลได้ยิงเป้าจากระยะ 12 หลาได้สิ่งชดเชยที่สมน้ำสมเนื้อกลับคืนไปด้วยเช่นกัน
ตรงกันข้ามสำหรับผมนะถ้าโปรเฟสชั่นนอลฟาว์ลดันเกิดขึ้น “นอกเขตโทษ” ยกตัวอย่างเห็นภาพชัดๆก็ เมาท์ กับ โทโมรี คู่เดิม มันเป็นอื่นไม่ได้นอกจากต้องแดงสถานเดียว
เพราะใบเหลืองกับฟรีคิกนอกเขตโทษให้อารมณ์ไม่ต่างอะไรกับเสียเงินสมัคร onlyfan แต่คนเปิดโชว์ไม่ตรงปก ไม่คุ้มค่า!!
คนทำฟาว์ลได้เปรียบ โอกาสได้ประตูจากฟรีคิกน้อยกว่าจุดโทษเห็นๆ
ครับ ผมเห็นใจและสงสาร “ปีศาจแดงดำ” จริงๆ การรอดูเกมฟุตบอลดีๆของแฟนบอลทั้ง 2 ทีมและคนกลางจบตั้งแต่นาทีที่ 21
แถม ซีเบิร์ต นกหวีดหวานเกมนี้ควักไปอีก 9 ใบเหลืองในเกมที่ไม่มีอะไรดุเดือดหรือฟาดปากมีปัญหาอะไรกันเลยด้วยซ้ำ
ผมเอะใจผู้ตัดสินคนนี้ตั้งแต่ต้นเกมแล้วที่ อิสมาเอล เบนนาเซอร์ เหยียบบอลล้มแต่แกเป่าให้ มิลาน ได้ฟาว์ล ไม่งั้น โควาซิช กระชากขึ้นไปลุ้นทำประตูแล้ว
แม้ฟอร์มใน กัลโช่ ของ มิลาน ถือว่าโอเคมีชาติตระกูลอยู่อันดับ 5 ชนะ 6 จาก 9 เกมแต่กับ UCL พวกเขาเครื่องช็อต 2 นัดหลังสุดที่ต้องเจอกับ “สิงห์บลู”
หนึ่งในเหตุผลที่ว่าขุมกำลังที่ออกมาเล่นนอกแดน “มะกะโรนี” ยังแกร่งไม่พอจากการที่มีแข้งตัวหลักเจ็บหายไปมากถึง 5 ตัวและตัวสำรองที่ลงเป็นประจำยังเข้าโรงหมอตามไปอีก 2 รวมแล้ว 7
ขาดอีก 4 ก็ครบ 11 คนพอดี...
นัดแรกที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์ บอล outclass สู้ไม่ได้แพ้เละ 3-0 ครั้นถึงคิวเจอกันที่ ซานซิโร่ และเริ่มต้นแบบรู้เลยว่า มิลาน กระสันอยากล้างแค้นแต่พอ 10 ตัวยิ่งสู้กันไม่ได้เข้าไปอีก วิ่งหาบอลไม่เจอเพราะบอล เชลซี ไม่ว่าจะช่วง โธมัส ทูเคิ่ล หรือ แกรม พอตเตอร์ ครองบอลเหนียว วิ่งไล่ให้ตาย 9 ตัว (ไม่รวมประตู) ไม่มีทางเจอหรอกครับ
พูดแบบแฟร์ๆสำหรับฝั่ง “สิงห์บลู” ต่อให้ไม่มีใบแดงสู้กัน 11 ต่อ 11 ผมเชื่อว่าทรงบอลที่ระบบดีกว่า ศักยภาพมาเต็มกว่ายังไงก็ไม่แพ้
หลังจบเกมนัดที่ 4 ในกลุ่ม E การเสมอกันของ ดินาโม ซาเกรบ กับ ซัลซ์บวร์ก ทำให้เชลซี ของ พ็อตเตอร์ พลิกสถานการณ์จากที่เคยร่อแร่เตรียมตัวไปเล่น ยูโรป้า ลีก หลัง ทูเคิ่ล ทำไว้ที่เสมอ 1 แพ้ 1 รั้งบ๊วยแต่ตอนนี้ขึ้นมาเป็น “จ่าฝูง” เรียบร้อยแล้ว
พร้อมกับการคัมแบ็คกลับมาสู่ฟอร์มที่ดูดีราศีจับอีกครั้งของ เชลซี โดยเฉพาะ เมาท์ ที่เรียกจุดโทษกับอีก 1 แอสซิสต์ที่ผมชอบการคิดเร็วทำเร็วป้ายตามช่องจนทีมได้ลูกปิดกล่อง 2-0
การมาของ พ็อตเตอร์ เข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆอย่างไม่ว่าจะตัดตอนทรงบอลแบบตัว U และเลิกตั้งหน้าตั้งตาครอส หันมาแทงบอลตามช่องจนเป็นที่มาของ 2 ประตูในวันนี้
ชนะ 4 นัดรวดและกดไปอีก 3 คลีนชีต เปลี่ยนโค้ชคนเดียวแก้ปัญหาขาดจริงๆครับ...
สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufabet
|