
การดึงนักเตะที่อายุมากถึง 33 ปีมาร่วมทีมโดยเฉพาะเป็นผู้เล่นกองหน้า ต้องบอกว่าถือเป็นเรื่องเสี่ยงเลยทีเดียว แต่สำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ยอมที่จะเสี่ยงกับการเซ็นสัญญา เอดินสัน คาวานี่ หัวหอกประสบการณ์สูงมาร่วมผลิตสกอร์ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2020/2021
"น้าลูกอม" เคยเสี่ยงกับการขาย โรเมลู ลูกากู ไปให้กับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และฝากความหวังเอาไว้กับ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ซึ่งนักเตะก็ตอบแทนความ โซลชา ด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดยอด โดยสามารถซัดไปถึง 23 ประตูจากการเล่นทุกรายการให้กับสโมสร
อย่างไรก็ตามสาวก "เร้ด อาร์มี่" พยายามเรียกร้องให้ทีมเซ็นสัญญากับกองหน้าชั้นดีมาช่วยทีม และในที่สุดก็ได้ คาวานี่ มาเสริมทัพในวันสุดท้ายตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการลงทุนที่น่าสนใจไม่ได้เนื่องจากทีมไม่เสียเงินแม้แต่เพนนีเดียว แถมยังได้นักเตะที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติมาเสริมทัพ
แม้ว่า คาวานี่ จะไม่ใช่หน้าเป้าแบบร้อยเปอร์เซนต์ แต่ผลงานที่ผ่านมาๆ สมัยที่เล่นใน อิตาลี และ ฝรั่งเศส หากเขามีเพื่อนร่วมแนวรุกที่ฝีเท้าในระดับเดียวกัน โอกาสที่จะผลิตสกอร์เป็นกอบเป็นกำก็มีมากทีเดียว ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีสถิติให้เห็นแล้วในช่วงที่ค้าแข้งกับปาแลร์โม่, นาโปลี และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ปาแลร์โม่ : ฟาบริซิโอ มิคโคลี่ กับ อเมารี - 7
คาวานี่ เริ่มต้นอาชีพพ่อค้าแข้งกับสโมสรดานูบิโอ ทีมในประเทศอุรุกวัย ในปี 2005 ก่อนที่จะย้ายไปทำมาหากินในประเทศอิตาลีเดือนมกราคม 2007 และที่ดินแดนมะกะโรนีคือสถานที่ที่สร้างชื่อให้กับเขาในฐานะดาวจรัสแสงแห่งวงการลูกหนังโลก
หัวหอกผมสลวยทำผลงานได้น่าประทับใจกับ ปาแลร์โม่ ทันทีที่ย้ายมาร่วมทีม โดยสามารถซัดประตูตั้งแต่เกมเปิดตัวในแมตช์ปะทะกับ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนติน่า อย่างไรก็ตามในฤดูกาลที่สองเขาต้องเจอกับความยากลำบากเมื่อยิงได้แค่ 5 ประตู
อย่างไรก็ตามเมื่อได้มีโอกาสลงเล่นเคียงข้าง อเมารี และ ฟาบริซิโอ มิคโคลี่ เท่านั้น โดยเฉพาะในรายของ มิคโคลี่ ต้องบอกว่ามีส่วนสำคัญกับผลงานของ คาวานี่ มากๆ เพราะทำให้เขาเริ่มกลับมาเฉิดฉายพรสวรรค์อีกครั้ง ด้วยการตะบันไปถึง 15 ประตูติดต่อกันทั้งซีซั่น 2008/09 และ 2009/2010
เพิ่มเติม : leonardotranciati.com
|