[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ติดต่อสอบถาม
blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
wave
[ มือใหม่ ]
2
admin
[ มือใหม่ ]
2
orean
[ มือใหม่ ]
2
KAT
[ มือใหม่ ]
1
yuy
[ มือใหม่ ]
1
aTon
[ มือใหม่ ]
1
fang
[ มือใหม่ ]
1
film
[ มือใหม่ ]
1
mild
[ มือใหม่ ]
1
Donus
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
เพลงคริสต์มาสtortae
การดูแลรักษาสุภาพ ให้แข็งแรงaTon
ประเพณีวันเข้าพรรษาmild
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
อาเซียนDonus
การวาดภาพสีนำ้lovepop-123456
อาเซียนmikekung02
ลดความอ้วนสูตรนางเอก 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์yuy
ปรากฏการณ์ธรรมชาติMin-Mintra
ไลน์ โรงเรียนศรัทธาฯ

ติดต่อ สอบถาม

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> >>
ลิเวอร์พูล ย้ำชัยดวลเป้าดับ เชลซี ซิวแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 8   VIEW : 721    
โดย ฟ้าใหม่

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1620
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 32
Exp : 71%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 110.78.182.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 18 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2565 เวลา 14:49:36   

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 2021-22 ไปครองได้สำเร็จ เมื่อเป็นฝ่ายดวลจุดโทษเอาชนะ "สิงห์บลูส์" เชลซี 6-5 หลังในเวลา 120 นาที ไม่สามารถทำอะไรกันได้ เมื่อวันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ความเป็นไปของเกม

ลูกทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ออกสตาร์ทได้อย่างมีชีวิตชีวาตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม ฟุตบอลของพวกเขาน่าตื่นตาตื่นใจเช่นเคยโดยเฉพาะบอลที่เน้นโจมตีพื้นที่ระหว่าง รีซ เจมส์ และ เทรฟโวห์ ชาโลบาห์ โดยมี หลุยส์ ดิอาซ เป็นเป้าหมายที่แดนสุดท้าย

พวกเขาลงเอยด้วยการเป็นฝ่ายที่มีสัดส่วนการครอบครองบอลที่เหนือกว่าในครึ่งแรกแต่ไม่สามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายผ่านมือ เมนดี้ ได้จากการยิงทิ้งยิงขว้างของเหล่าแข้งแนวรุก

ขณะที่ 45 นาทีหลังรูปเกมกลายจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทัพ สิงโตน้ำเงินคราม เดินหน้าขโยกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องในช่วงต้น แต่ความยอดเยี่ยมของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ก็ทำให้สกอร์ยังคงเท่ากันที่ 0-0 กระทั่งโมเมนตัมของเกมเปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่ 15 นาทีสุดท้าย ทีมของ คล็อปป์ กลับมาเป็นฝ่ายไล่บี้โดยจบสกอร์ชนเสาถึง 2 ครั้งติดกันจาก ดิอาซ​ และ ร็อบโบ้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีประตูเกิดขึ้น
 ทำให้ต้องไปต่อเวลาพิเศษออก ซึ่งต่างฝ่ายต่างเล่นกันแบบรัดกุมชนิดที่ไม่บุกกันทั้งคู่จนต้องไปดวลจุดโทษตัดสินในที่สุด

หลุยส์ ดิอาซ การเซ็นสัญญาแห่งฤดูกาลของ หงส์แดง

ดิอาซ ออกจากสนามด้วยสถิติความพยายามจบสกอร์ 6 ครั้ง มากที่สุดในสนาม น่าเสียดายที่เทพีแห่งโชคไม่เข้าข้างบอลที่ออกจากเท้าของดาวเตะชาว โคลอมเบีย เขากลายเป็นแข้งที่วูบวาบที่สุดของ หงส์แดง หรือให้ใกล้กับความเป็นจริงมากกว่านั้นคือโดดเด่นมากที่สุดในบรรดาแนวรุกของทั้งสองทีมวันนี้เลยก็ว่าได้

สิ่งสุดท้ายที่ เดอะค็อป ไม่อยากให้เกิดขึ้นคือการต้องเห็นแข้งคีย์แมนของพวกเขาได้รับบาดเจ็บในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โค้งสุดท้ายของฤดูกาลแบบนี้เมื่อการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ยังไม่สิ้นสุด ขณะที่เกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับ เรอัล มาดริด รออยู่สิ้นเดือนนี้

โม ซาลาห์ เดี้ยงจนไม่สามารถเล่นต่อไหวตั้งแต่ช่วงกลางครึ่งแรกจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ขณะที่ ฟาน ไดค์ ถูกเปลี่ยนตัวออกเมื่อเกมจบ 90 นาที ขณะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไม่แน่ชัดนักว่าถูกอาการเจ็บเล่นงานหรือไม่ โดยสภาพร่างกายของทั้ง 3 คนยังต้องรอการอัพเดทต่อไป

ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ ส่งผลให้ เชลซี ทำสถิติเป็นเป็นสโมสรแรกที่เข้าชิงติดต่อกัน 3 ฤดูกาลและพลาดแชมป์ไปทั้งหมด นับตั้งแต่ปี 2020 ยุคของ แฟรงค์ แลมพาร์ด พวกเขาพ่ายต่อ อาร์เซนอล ไป 2-1 ถัดมาปีที่แล้วก็โดน เลสเตอร์ ซิตี้ พลิกล็อคชนะจากประตูชัยของ ยูริ ติเลอมองส์ 1-0 และในปีนี้ที่พ่าย ลิเวอร์พูล ในการดวลจุดโทษชี้ขาด คว้าอันดับที่สอง 3 ปีติดต่อกันได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เอฟเอ คัพ

อันที่จริงต้องบอกว่าวันนี้ เชลซี เองก็สร้างโอกาสสวย ๆ ได้หลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ที่พวกเขาไม่สามารถฉกฉวยโอกาสเหล่านั้นเอาไว้ได้เลย นอกจากนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนว่ากำลังสำรองบนม้านั่งในปีนี้แทบไม่มีใครที่มีคุณภาพมากพอจะสามารถลงมาเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้ใน โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ ๆ อย่าง วิงแบ็ค หรือแม้แต่สามแนวรุก น่าเสียดายที่วันนี้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ดันมาเจ็บเสียก่อน มิฉนั้นเราอาจจะได้เห็นเขาลงมาเป็นตัวพลิกเกมในช่วงท้าย ซึ่งนี่จะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้กลุ่มทุนชุดใหม่ ต้องรีบสะสางทันทีทันใดในซัมเมอร์นี้ หากต้องการจะพาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

หนึ่งในจังหวะปัญหาที่แม้แต่ผู้บรรยายภาษาอังกฤษยังมองว่าค้านสายตานั่นคือจังหวะที่ ฮาคิม ซิเยค กำลังจะเข้าถึงบอลในกรอบเขตโทษแต่ถูก อิบราฮิมา โคนาเต้ เข้ามากระแทกจากด้านหลังปลิวล้มลงไป ซึ่งผู้ตัดสิน เคร็ก พอว์สัน ตัดสินใจปล่อยให้เกมดำเนินต่อไป แต่หากมาดูภาพช้ามันก็มีน้ำหนักมากพอเช่นเดียวกัน เพระาถึงแม้จะใช้ไหล่ แต่จังหวะนั้น ซิเยค เตรียมจะเข้าชาร์จที่บอลได้ก่อนและ โคนาเต้ เองก็ไม่ได้มีเจตนาเล่นที่บอล จนผู้บรรยายถึงกับวิเคราะห์ว่าถ้าไม่ใช่นัดชิงชนะเลิศลูกนี้น่าจะได้จุดโทษแน่นอน

 

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวแวดวงกีฬา เทรนใหม่ๆ  ได้ที่  

mymeeti.com



โดย kakakanga
UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว :
ตอบแล้ว : 8
ระดับ : 1
Exp : 100%
IP : 171.101.72.xxx

 
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 19 พ.ค. 2565 : 09:35

สุดยอดเกมออนไลน์ จากสุดยอดแอปเกมออนไลน์ จากสุดยอดผู้ให้บริการ

โหลดเกมสนุกได้ง่ายๆ ได้ที่นี่

โหลด Starvegas



      
1