
พรีเมียร์ลีก สุดสัปดาห์นี้มีหลายคู่ที่น่าดึงดูด แล้วก็มีพนันชั้นบนตารางสูงมากมาย เริ่มจากคู่แรก หงส์แดง งานไม่ง่ายเมื่อบุกเยี่ยม นิวติดอยู่สเซิ่ล ส่วน แมนฯ ซิตี้ มีคิวไปเยี่ยม เอลแลนด์ โร้ด บ้านขอ ลีดส์ ยูไนเต็ด ส่วนคู่อื่นๆจะมีอะไรน่าดึงดูดบ้างไปดูกันได้เลย!!
"นิวติดอยู่สเซิ่ล-หงส์แดง"
ไม่มีผู้เล่นรายใดที่จะทำแต้มและก็แอสซิสต์ในเกมเดียวบนเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ไปๆมาๆกกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (6) อีกแล้ว นอกเหนือจากนั้น สถิติที่ตัวรุกอียิปต์ คอยทำลายเป็นการที่ไม่เคยมีผู้เล่น หงส์แดง ผู้ใดกันแน่มาก่อนที่สามารถทำประตูแล้วก็จ่ายให้เพื่อนฝูงยิงได้ในเกมเดียวสูงถึง 7 นัดหมาย
นิวค้างสเซิ่ล ยูไนเต็ด คว้าชัยมาแล้ว 4 ครั้งต่อๆกัน แถมยังเก็บคลีนชีตได้ถึง 3 นัดหมาย โดย "เดอะ แม็กพายส์" ไม่อาจจะชนะเกมลีก 5 ครั้งต่อๆกันมาตั้งแต่พ.ย. ปี 2014 ในสมัย อลัน พาร์ดิว ซึ่งหนึ่งสำหรับการรัน 5 เกมในเวลานั้นมีนัดที่เอาชนะ "ลิเวอร์พูล" 1-0 ที่บ้านตนเองอีกด้วย
บรูโน่ กีมาเรซ กองกลางกลุ่มชาติบราซิล ของ "สาลิกาดง" มีส่วนร่วมกับประตู 4 จาก 3 เกมปัจจุบัน แบ่งเป็นยิง 3 ประตู และก็แอสซิสต์ 1 ครั้ง แล้วก็ถึงเจ้าตัวจะเปิดฉากสนามในสีเสื้อ นิวติดอยู่สเซิ่ล ตอนกุมภาพันธ์ก่อนหน้านี้ แต่ว่าสถิติการทำประตูของเขาด้อยกว่าเพียงแค่ อัลล็อง แซงต์-มักสิแม็ง (5) และก็ คัลลั่ม วิลสัน (6) แค่นั้น โดยที่ กีมาเรซ ยิงไปแล้ว 4 ประตู
หงส์แดง ไม่แพ้ นิวติดอยู่สเซิ่ล สำหรับเพื่อการออกไปเยี่ยม 4 เกมลีกหลังสุด (ชนะ 2 เสมอ 2) โดยมีเพียงแค่ครั้งเดียวเพียงแค่นั้นที่พวกเขาไม่บุกพ่ายแพ้ที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค 5 เกมติด ซึ่งมันเกิดขึ้นเมื่อก.ย. 1961 ถึงพ.ค. 1969
"ลีดส์-แมนฯ ซิตี้"
ลีดส์ ยูไนเต็ด ฟอร์มดียิ่งขึ้นมาในพักหลังภายใต้แนวทางการทำงานของ เจสซี่ย์ มาร์ช โดย 5 เกมหลังสุดในลีก พวกเขาไม่มีปราชัย รวมทั้งถ้ายื้อแต้มจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้อีก จะมีผลให้ "ยูงทองคำ" ไม่แพ้คนไหน 6 นัดหมายเป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อเมษายน ปีที่ผ่านมา โดยในปริมาณ 6 นัดหมายดังที่ได้กล่าวมาแล้วมีเกมที่ ลีดส์ สามารถเอาชนะ "เรือใบสีฟ้า" ได้อีกด้วย
นอกนั้น ยอดกลุ่มจาก ยอร์ค เชียร์ ยังมองหาการเก็บคลีนชีตเป็นเกมที่ 3 ต่อเนื่องกันเป็นครั้งแรกบนเวที พรีเมียร์ลีก นับจากปี 2002 ซึ่งเกมที่ 3 ในช่วงเวลานั้นพวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ สิตี้ 3-0
แมนฯ ซิตี้ ถลกปีก ลีดส์ ในเกมแรกถึง 7-0 รวมทั้งเกมนี้ได้โอกาสที่พวกเขาจะเอาชนะคู่แข่งขันด้วยสกอร์ไป-กลับเกินกว่า 10 ประตูเป็นครั้งที่ 4 ข้างหลังก่อนหน้านี้้เคยอัด วัตฟอร์ด (2019/20) 12 ประตู, นอริช สิตี้ (2011/12) 11 ประตู รวมทั้งท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (2013/14) 11 ประตู
อย่างไรก็แล้วแต่ ลีดส์ แพ้คาบ้านต่อ แมนฯ ซิตี้ แค่เพียง 2 จาก 9 เกมลีกหลังสุด (ชนะ 6 เสมอ 1) ซึ่งพวกเขาเคยเอาชนะที่ เอลแลนด์ เหนือ กลุ่มสีฟ้าจาก แมนเชสเตอร์ 2 ครั้งติดได้เมื่อธันวาคม 1995 (1-0) แล้วก็กันยายน 2000 (2-1)
ช่วงเวลาเดียวกัน "เรือใบสีฟ้า" มองหาการเอาชนะ ลีดส์ แบบไป-กลับให้ได้เป็นครั้งแรกนับจากฤดู 1981/82 ซึ่งเป็นปีที่ "ยูงทองคำ" ตกชั้นจากลีกสูงสุด
"เอฟเวอร์ตัน-เชลซี"
แฟร้งค์ แลมพาร์ด อยู่ในสถานะที่จำเป็นต้องพา เอฟเวอร์ตัน ดิ้นรนหนีตกชั้นแบบสุดกำลัง รวมทั้งเกมนี้เขาควรต้องพาทีมประจันหน้ากับกลุ่มเก่าที่ตนเองเคยค้าหน้าแข้งมาร่วม 10 ปี
"ท็อฟฟี้สีน้ำเงิน" เอาชนะ เชลซี ที่ ฉันดิสัน พาร์ค มาได้ตลอด 3 เกมลีกหลังสุดที่พบกัน โดยคราวปัจจุบันที่พวกเขาเอาชนะ "สิงห์บลูส์" ในบ้านได้ 4 เกมติด เกิดขึ้นตอนตอนระหว่างปี 1970-1973
แลมพาร์ด จะเป็นอดีตผู้จัดการทีม เชลซี รายที่ 10 ที่จะทำทีมลงพบสังกัดเดิมเดิมในศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่งจากอดีตกาลนั้น มีเพียงแค่ผู้จัดการทีมฟุตบอลผู้เดียวแค่นั้นที่พาทีมใหม่เอาชนะ เชลซี ได้ ซึ่งก็คือ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ ที่พา เลสเตอร์ ชนะ 2-1 เมื่อธันวาคม ปี 2015 ส่วนผู้อื่นมีสถิติ เสมอ 1 และก็แพ้ถึง 7
เชลซี เก็บคลีนชีตสำหรับในการพบกับ เอฟเวอร์ตัน ได้ถึง 7 จาก 11 เกมลีกที่พบกันหลังสุด โดยเมื่อรวมทุกเกมนั้น เชลซี ไม่เสียประตูให้ เอฟเวอร์ตัน รวมกันถึง 23 เกม ซึ่งเป็นสถิติที่พวกเขาทำเป็นมากมายสุดชั้นสามต่อจากที่เก็บคลีนชีตจาก สเปอร์ส 27 นัดหมาย และก็ นิวติดอยู่สเซิ่ล 26 นัดหมาย
เมสัน เมาท์ ทำแต้มได้ในเกมครั้งแรกที่แบ่งแต้มกันไป 1-1 ซึ่งผู้เล่น เชลซี คนในที่สุดที่ทำประตู เอฟเวอร์ตัน ทั้งยังไป-กลับเป็น เปโดร (2016/17) ระหว่างที่ผู้เล่นเลือดผู้ดีคนปัจจุบันเป็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ทำไว้ตอนฤดู 2005/06
"สเปอร์ส-เลสเตอร์"
แฮร์รี่ เคน แผงหน้า สเปอร์ส ทำแต้มใส่ เลสเตอร์ ทุกรายการไปแล้ว 18 จาก 17 นัดหมาย ซึ่งเป็นตัวแรกที่มากสุดที่เขายิงได้ใส่กลุ่มคู่ปรปักษ์ โดย 16 ประตูจากปริมาณดังกล่าวข้างต้นเกิดขึ้นยามเล่นเกมลีก มีเพียงแค่ อลัน เชียเรอร์ เพียงแค่นั้นที่พังทลายตาข่ายใส่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งด้วยปริมาณสกอร์ที่มากกว่า (ยิง ลีดส์ 20 ประตู)
"ไก่เดือยทองคำ" เอาชนะ "เดอะ ฟ็อกซ์" 7 จาก 10 เกมที่พบกันหลังสุดในลีก (แพ้ 3) เท่ากันกับสถิติก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา 21 เกมที่พบกัน (เสมอ 5 แพ้ 9)
เมื่อฤดูกาลก่อน เลสเตอร์ บุกมาชนะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม ได้ 2-0 โดยหนสุดท้ายที่พวกเขาบุกชนะที่บ้าน "คลับไก่" ได้นั้นเกิดขึ้นเมื่อตุลาคม 1999
ตั้งแต่แมื่อเลื่อนชั้นกลับมาเล่น พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 2014 เลสเตอร์ โดน สเปอร์ส เจาะตาข่ายมากมายสุดที่ปริมาณ 36 ประตู เวลาเดียวกันจำนวน 36 นั้นก็เป็นตัวเลขที่ สเปอร์ส ยิงคู่ต่อสู้ได้มากที่สุดเช่นเดียวกัน
"เวสต์หมูแฮม-อาร์เซน่อล"
เวสต์หมูแฮม ยูไนเต็ด ไม่แพ้คนใดกันในบ้านตนเองยามเล่นเกมลีกมาแล้ว 6 นัดหมาย (ชนะ 4 เสมอ 2) โดยพวกเขาเคยไม่แพ้ผู้ใดกันแน่ในบ้านช้านานถึง 15 นัดหมายตอนตอนระหว่างก.ย. 2015 ถึงม.ย. 2016 ยุคยังคงใช้ อัพตัน พาร์ค เป็นรังเหย้า เวลาเดียวกัน ผู้ร่วมทีมของ เดวิด มอยส์ ทำประตูใส่คู่ปรปักษ์ในบ้าน 18 นัดหมายติด นับจากแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 เมื่อพ.ค. ปี 2021
อาร์เซน่อล เป็นกลุ่มที่เก็บชัยในพ.ค.ได้มากที่สุด (50) ทั้งยังยังมีอัตราการชนะมากมายสุดถึง 59% (50 จาก 85)
"เดอะ กันเนอร์ส" เป็นกลุ่มกลุ่ม "เดอะ แฮมเมอร์ส" แพ้บนเวที พรีเมียร์ลีก สูงที่สุดด้วยปริมาณ 33 นัดหมาย
อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ มีส่วนร่วมกับประตู 6 จาก 7 เกมที่พบกับ เวสต์หมูแฮม ในลีก (5 ประตู 1 แอสซิสต์) มีเพียงแค่ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน กลุ่มเดียวเพียงแค่นั้น(7) ที่เขามีส่วนร่วมกับประตูมากยิ่งกว่า
"แมนฯ ยูไนเต็ด-เบรนท์ฟอร์ด"
ถ้าเกิดนับรวมจากทุกรายการ นี่นับเป็นครั้งแรกที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เปิดบ้านพบกับ เบรนท์ฟอร์ด นับจากที่พวกเขาเคยชนะอีกข้าง 2-1 ในเกม ลีก คัพ เมื่อตอนก.ย. ปี 1975 ส่วนถ้าเกิดนับเพียงแค่ในเกมลีกมันก็จะเป็นครั้งแรกนับจากปี 1946 ที่คู่นี้จะได้ดวลกันที่บ้านของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยครั้งนั้น "ภูติผีปีศาจแดง" ชนะไป 4-1
เบรนท์ฟอร์ด ไม่อาจจะชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เลยจากการพบกัน 6 นัดหมายหลังสุดในมุกรายการ แบ่งเป็นเสมอ 1 เกมกับแพ้ 5 ที โดยคราวสุดท้ายที่พวกเขามีชัยเหนืออีกข้างจำต้องย้อนไปถึงการคว้าชัยด้วยสกอร์ 2-0 ในเกม เอฟเอ คัพ เมื่อกุมภาพันธ์ ปี 1938
สำหรับเพื่อการลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก นัดหมายที่พบกับกลุ่มที่พึ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมา 18 เกมหลังสุดนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีส่วนร่วมกับประตูถึง 24 ลูก แบ่งเป็นการยิงเอง 18 คราวกับอีก 6 แอสซิสต์ โดยใน 18 นัดหมายที่พบกับเหล่าสมาชิกใหม่นั้นเขาไม่อาจจะทำแอสซิสต์หรือประตูได้เลยเพียงแค่ 2 เกม แต่ว่าหนึ่งในซึ่งก็คือการพบกับ เบรนท์ฟอร์ด ในหนแรกของฤดูกาลนี้
นับจากที่ คริสเตียน เอริคบวงสรวง เปิดฉากสนามให้กับ เบรนท์ฟอร์ด เมื่อตอนมี.ค.ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เขาก็นับว่าเป็นผู้ที่สร้างช่องทางทำแต้มให้กับกลุ่มสูงที่สุด ที่ปริมาณ 13 ครั้ง นอกเหนือจากนี้ เบรนท์ฟอร์ด ก็ยังไม่แพ้ผู้ใดกันเลยในอีกทั้ง 6 เกมที่ เอริคบวงสรวง ลงเล่นเป็นตัวจริง แบ่งเป็นชนะ 5 เกมกับเสมอ 1 ที
ประตูของ อิวาน โทนี่ย์ มีส่วนสำคัญสำหรับการทำให้ เบรนท์ฟอร์ด เก็บได้ถึง 9 คะแนน (นับเฉพาะประตูที่จะมีผลต่อผลที่เกิดจากการแข่งขัน) โดยก่อนถึงโปรแกรมสุดสัปดาห์นี้มีเพียงผู้เดียวที่มีตัวเลขด้านนั้นสูงขึ้นยิ่งกว่าเขา โน่นเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้
สนับสนุนโดยเว็บไซต์ Ufa
|