[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
ติดต่อสอบถาม
blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
wave
[ มือใหม่ ]
2
admin
[ มือใหม่ ]
2
orean
[ มือใหม่ ]
2
KAT
[ มือใหม่ ]
1
yuy
[ มือใหม่ ]
1
aTon
[ มือใหม่ ]
1
fang
[ มือใหม่ ]
1
film
[ มือใหม่ ]
1
mild
[ มือใหม่ ]
1
Donus
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
เพลงคริสต์มาสtortae
การดูแลรักษาสุภาพ ให้แข็งแรงaTon
ประเพณีวันเข้าพรรษาmild
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
พบจุดที่หนาวที่สุดในโลกเเห่งใหม่ !!orean
อาเซียนDonus
การวาดภาพสีนำ้lovepop-123456
อาเซียนmikekung02
ลดความอ้วนสูตรนางเอก 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์yuy
ปรากฏการณ์ธรรมชาติMin-Mintra
ไลน์ โรงเรียนศรัทธาฯ

ติดต่อ สอบถาม

poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก

  

   เว็บบอร์ด >> >>
Perfect match ที่ “ราชัน” ต้องยกธง “ขาว”  VIEW : 540    
โดย 69

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 627
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 20
Exp : 31%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 172.94.50.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 6 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2564 เวลา 11:14:43   

 

แม้กระทั่งคนที่อยากเห็น 2 ชาติในรอบชิงมากกว่าเจอกันเองยังต้องยอมสดุดีให้กับชัยชนะของ เชลซี ที่พูดได้ว่าหมดจดทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่นาทีแรกยันนาทีสุดท้าย

ผู้บรรยายอังกฤษถึงกับยกย่องนักเตะ เชลซี ว่าวันนี้มีครบหมดทั้ง driven (แรงกระตุ้น) และ energy (เรี่ยวแรง) ทำให้ เรอัล มาดริด พ่ายแพ้ทั้งสกอร์และกลยุทธิ์ในทุกรุปแบบ

แง่มุมเนกาทีฟเดียวที่พอจะตั้งคำถามต่อ “สิงห์บลู” (แบบขำๆ) คือไปทำอีท่าไหนถึงยิง “ราชันชุดขาว” ได้แค่ 2-0 ?

จริงๆแล้วแฟน มาดริด ควรปิดไฟนอนไปตั้งนานแล้วหากไม่ใช่เพราะ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟลูกหลุดเดี่ยวล่อเป้า 2-3 หนทำให้สกอร์ตามหลังอยู่ลูกเดียวก่อน เมสัน เมาท์ มาปิดฉากก่อนหมดเวลา 5 นาที

ผมยัง “เอ๊ะ” ในใจว่าไม่ปิดเกมแบบนี้ เดี๋ยวลากไปต่อเวลาเดือดร้อนกันหมดทั้งคนเล่นคนดู

โธมัส ทูเคิ่ล รู้ว่า “ราชันชุดขาว” อันตรายหากได้บอลบริเวณ third area เพราะมี 2 ตัวจ่ายเวิร์ลดคลาสอย่าง ลูก้า โมดริด และ โทนี่ โครส รวมถึงคนลั่นไกอย่าง คาริม เบนเซม่า

ดังนั้นการให้บอลแช่อยู่ในแดน มาดริด มากเท่าไหร่ ห่างจากประตูนานแค่ไหน ทุกๆนาทีคือการลดทอนโอกาสของทีมเยือนไปเรื่อยๆ

นักเตะมาดติ๋มๆอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ยังไปบวกอัดทั้ง นาโช่ และ เซร์คิโอ รามอส นอนกองกับเขาด้วย

พูดถึงอดีตแข้ง เลเวอร์คูเซ่น แล้วอดใจไม่ไหวที่ต้องพูดถึงหลังแสดงให้เห็นแล้วว่าอันตรายแค่ไหนหากได้บอลในเขตโทษ ผิดกับต้นซีซั่นที่ยืนปีก ลงไปล้วงบอลต่ำ แทบหมดสภาพ

“ก็องเต้” แมน ออฟ เดอะ แมทช์ สร้างผลงาน “มาสเตอร์พีซ” อีกเกมหลังอยู่ทั่วสนามทั้งตัดเกมและ to box to box จนมีส่วนร่วมกับ 2 ประตูที่ เชลซี ทำได้ในวันนี้

ตลอดทั้งเกมแฟน “สิงห์บลู” รู้สึกอุ่นใจหลังได้เห็นภาพการเก็บงานระดับ world class ที่ยืนระยะครบ 90 นาทีไม่มีชำรุดของ 3 เซนเตอร์ ซิลวา, รูดิเกอร์ และ คริสเตนเซ่น รวมถึงวิงแบ็คอย่าง อัซปิลิกวยต้า และ เบน ชิลเวลล์

ในช่วงครึ่งแรกที่ “ราชันชุดขาว” ยังมีแรงจนสร้างโอกาสสวยๆ 2 หนแต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์ปฏิกริยาเซฟสวยๆทั้งหมดจนทำให้ลูกยิงที่ง่ายที่สุดในอาชีพค้าแข้งของ ติโม แวร์เนอร์ เป็นประตูสำคัญที่ลากยาวมาถึงครึ่งหลัง

สิ่งที่ผมเสียดายที่สุดของแชมป์ 13 สมัยคือ ซิเนอดีน ซีดาน ไม่ยอมลองโยก วินิซิอุส จูเนียร์ มาเล่นฝั่งซ้ายเพราะเห็นกันชัดๆว่าการอยู่ในสนาม 63 นาที (ในตำแหน่งปีกขวา) ก่อนโดนถอดแกถูก เบน ชิลเวลล์ ดักทางแล้วบีบให้เล่นขาซ้ายอย่างเดียว

แล้วน้องแกขาซ้ายนี่ไม่เอาเลย ขนาดลากตัดเข้าซ้ายเพื่อจะจ่ายให้เพื่อน แกยังเลือกจ่ายไซด์ก้อยขวาเลย

การลองโยกไปเล่นฝั่งซ้ายซัก 10-15 นาทีถ้าไม่เวิร์คแล้วเปลี่ยนออกยังพอเหลือเวลาที่จะใช้จิ๊กซอว์อื่น ที่ผมพูดแบบนี้เนื่องจาก “ราชัน” มีนักเตะไวๆน้อยครับ

การจะเจาะแนวรับ เชลซี ที่วันนี้โคตรโหด มันต้องอาศัยสาย speed บ้างแต่กลายเป็น เอแด็น อาซาร์ ซึ่งมี impact น้อย ได้แค่โชว์พลิกบอลเรียกฟาว์ลนิดหน่อยในครึ่งแรกแต่เมื่อพิจารณาประโยชน์ที่ทำแล้วการอยู่ในสนามถึง 87 นาทีถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ

โมดริช แบกจนหลังแอ่น พยายามปั้นเกมและสร้างสรรค์ในเกมที่เรียกว่าคนรอบข้างช่วยน้อยมากๆ ยิ่ง “ซิซู” เปลี่ยนตัวยิ่งแก้ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ

คงต้องไปผ่าตัดกันใหม่แล้วละครับในเมื่อ 2 นัด มาดริด เป็นรอง เชลซี แบบชัดเจน

ไม่มีใครคาดคิดว่าปีนี้จะเป็นปีทองของฟุตบอล อังกฤษ หลังถ้วยใหญ่เข้าชิงกันเอง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า All-English Final (ส่วนไทยเราเรียกว่า อิงลิชภักดี)

เหลือ ยูโรป้า ลีก ที่ แมนฯยูฯ ไม่น่าพลาดเหลือรอลุ้นแค่ อาร์เซนอล พลิกสถานการณ์จากสกอร์ 2-1 ในเลกแรก

สำหรับ เชลซี การปลด แฟร็งค์ แลมพาร์ด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะเหลือเวลาให้ ทูเคิ่ล แก้ไขจนตอนนี้กลายเป็นคนละทีมไปเลย

จากเดิมที่เราเคยมองว่า “สิงห์บลู” อาจต้องตั้งไข่ 1-2 ปีเป็นอย่างน้อยแต่ตอนนี้ยึดที่ 4 ใน พรีเมียร์ และกำลังลุ้นดับเบิ้ลแชมป์ซะอย่างนั้น...

 

สนับสนุนโดยเว็บไซต์  king maker game