
แม้กระทั่งคนที่อยากเห็น 2 ชาติในรอบชิงมากกว่าเจอกันเองยังต้องยอมสดุดีให้กับชัยชนะของ เชลซี ที่พูดได้ว่าหมดจดทุกกระเบียดนิ้วตั้งแต่นาทีแรกยันนาทีสุดท้าย
ผู้บรรยายอังกฤษถึงกับยกย่องนักเตะ เชลซี ว่าวันนี้มีครบหมดทั้ง driven (แรงกระตุ้น) และ energy (เรี่ยวแรง) ทำให้ เรอัล มาดริด พ่ายแพ้ทั้งสกอร์และกลยุทธิ์ในทุกรุปแบบ
แง่มุมเนกาทีฟเดียวที่พอจะตั้งคำถามต่อ “สิงห์บลู” (แบบขำๆ) คือไปทำอีท่าไหนถึงยิง “ราชันชุดขาว” ได้แค่ 2-0 ?
จริงๆแล้วแฟน มาดริด ควรปิดไฟนอนไปตั้งนานแล้วหากไม่ใช่เพราะ ติโบต์ กูร์กตัวส์ เซฟลูกหลุดเดี่ยวล่อเป้า 2-3 หนทำให้สกอร์ตามหลังอยู่ลูกเดียวก่อน เมสัน เมาท์ มาปิดฉากก่อนหมดเวลา 5 นาที
ผมยัง “เอ๊ะ” ในใจว่าไม่ปิดเกมแบบนี้ เดี๋ยวลากไปต่อเวลาเดือดร้อนกันหมดทั้งคนเล่นคนดู
โธมัส ทูเคิ่ล รู้ว่า “ราชันชุดขาว” อันตรายหากได้บอลบริเวณ third area เพราะมี 2 ตัวจ่ายเวิร์ลดคลาสอย่าง ลูก้า โมดริด และ โทนี่ โครส รวมถึงคนลั่นไกอย่าง คาริม เบนเซม่า
ดังนั้นการให้บอลแช่อยู่ในแดน มาดริด มากเท่าไหร่ ห่างจากประตูนานแค่ไหน ทุกๆนาทีคือการลดทอนโอกาสของทีมเยือนไปเรื่อยๆ
นักเตะมาดติ๋มๆอย่าง ไค ฮาแวร์ตซ์ ยังไปบวกอัดทั้ง นาโช่ และ เซร์คิโอ รามอส นอนกองกับเขาด้วย
พูดถึงอดีตแข้ง เลเวอร์คูเซ่น แล้วอดใจไม่ไหวที่ต้องพูดถึงหลังแสดงให้เห็นแล้วว่าอันตรายแค่ไหนหากได้บอลในเขตโทษ ผิดกับต้นซีซั่นที่ยืนปีก ลงไปล้วงบอลต่ำ แทบหมดสภาพ
“ก็องเต้” แมน ออฟ เดอะ แมทช์ สร้างผลงาน “มาสเตอร์พีซ” อีกเกมหลังอยู่ทั่วสนามทั้งตัดเกมและ to box to box จนมีส่วนร่วมกับ 2 ประตูที่ เชลซี ทำได้ในวันนี้
ตลอดทั้งเกมแฟน “สิงห์บลู” รู้สึกอุ่นใจหลังได้เห็นภาพการเก็บงานระดับ world class ที่ยืนระยะครบ 90 นาทีไม่มีชำรุดของ 3 เซนเตอร์ ซิลวา, รูดิเกอร์ และ คริสเตนเซ่น รวมถึงวิงแบ็คอย่าง อัซปิลิกวยต้า และ เบน ชิลเวลล์
ในช่วงครึ่งแรกที่ “ราชันชุดขาว” ยังมีแรงจนสร้างโอกาสสวยๆ 2 หนแต่ เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์ปฏิกริยาเซฟสวยๆทั้งหมดจนทำให้ลูกยิงที่ง่ายที่สุดในอาชีพค้าแข้งของ ติโม แวร์เนอร์ เป็นประตูสำคัญที่ลากยาวมาถึงครึ่งหลัง
สิ่งที่ผมเสียดายที่สุดของแชมป์ 13 สมัยคือ ซิเนอดีน ซีดาน ไม่ยอมลองโยก วินิซิอุส จูเนียร์ มาเล่นฝั่งซ้ายเพราะเห็นกันชัดๆว่าการอยู่ในสนาม 63 นาที (ในตำแหน่งปีกขวา) ก่อนโดนถอดแกถูก เบน ชิลเวลล์ ดักทางแล้วบีบให้เล่นขาซ้ายอย่างเดียว
แล้วน้องแกขาซ้ายนี่ไม่เอาเลย ขนาดลากตัดเข้าซ้ายเพื่อจะจ่ายให้เพื่อน แกยังเลือกจ่ายไซด์ก้อยขวาเลย
การลองโยกไปเล่นฝั่งซ้ายซัก 10-15 นาทีถ้าไม่เวิร์คแล้วเปลี่ยนออกยังพอเหลือเวลาที่จะใช้จิ๊กซอว์อื่น ที่ผมพูดแบบนี้เนื่องจาก “ราชัน” มีนักเตะไวๆน้อยครับ
การจะเจาะแนวรับ เชลซี ที่วันนี้โคตรโหด มันต้องอาศัยสาย speed บ้างแต่กลายเป็น เอแด็น อาซาร์ ซึ่งมี impact น้อย ได้แค่โชว์พลิกบอลเรียกฟาว์ลนิดหน่อยในครึ่งแรกแต่เมื่อพิจารณาประโยชน์ที่ทำแล้วการอยู่ในสนามถึง 87 นาทีถือว่ามากเกินไปด้วยซ้ำ
โมดริช แบกจนหลังแอ่น พยายามปั้นเกมและสร้างสรรค์ในเกมที่เรียกว่าคนรอบข้างช่วยน้อยมากๆ ยิ่ง “ซิซู” เปลี่ยนตัวยิ่งแก้ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ
คงต้องไปผ่าตัดกันใหม่แล้วละครับในเมื่อ 2 นัด มาดริด เป็นรอง เชลซี แบบชัดเจน
ไม่มีใครคาดคิดว่าปีนี้จะเป็นปีทองของฟุตบอล อังกฤษ หลังถ้วยใหญ่เข้าชิงกันเอง หรือที่ฝรั่งเรียกว่า All-English Final (ส่วนไทยเราเรียกว่า อิงลิชภักดี)
เหลือ ยูโรป้า ลีก ที่ แมนฯยูฯ ไม่น่าพลาดเหลือรอลุ้นแค่ อาร์เซนอล พลิกสถานการณ์จากสกอร์ 2-1 ในเลกแรก
สำหรับ เชลซี การปลด แฟร็งค์ แลมพาร์ด ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะเหลือเวลาให้ ทูเคิ่ล แก้ไขจนตอนนี้กลายเป็นคนละทีมไปเลย
จากเดิมที่เราเคยมองว่า “สิงห์บลู” อาจต้องตั้งไข่ 1-2 ปีเป็นอย่างน้อยแต่ตอนนี้ยึดที่ 4 ใน พรีเมียร์ และกำลังลุ้นดับเบิ้ลแชมป์ซะอย่างนั้น...
สนับสนุนโดยเว็บไซต์ king maker game
|